กฎหมายภาษีมรดก คลอดแล้ว

กฏหมายใหม่ที่ ไม่สามารถออกได้ ในเวลาบ้านเมืองเป็นปกติ

บ้านที่ดิน-รถ-หุ้น “โดนแน่” เพชรทอง-พระเครื่อง รอด

กุมารเศรษฐีจ่อหนาว! คสช.อนุมัติเก็บภาษีมรดก “สรรพากร” เดินเครื่องเต็มที่ส่งร่าง กฎหมายใหม่ถึงมือ กฤษฎีกาแล้ว เสร็จเมื่อไรส่ง คสช.เคาะใช้ทันที คาดอัตราอยู่ระหว่าง 5–30% “ประสงค์” ระบุ เก็บเฉพาะจากมรดก ที่ขึ้นทะเบียน เช่น บ้านที่ดิน รถ เงินฝาก หุ้น ส่วนเพชร ทอง เครื่องประดับ พระเครื่อง ไม่เข้าข่าย

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) ได้อนุมัติในหลักการ ให้กรมสรรพากร ดำเนินการจัดเก็บ ภาษีมรดกได้ โดยมีหลักการสำคัญ 4 ข้อ คือ

1.เก็บภาษีจาก ผู้ที่ได้รับมรดก

2.มรดกที่ถูกเก็บภาษี ต้อง เป็นสินทรัพย์ที่ มีการขึ้นทะเบียนไว้ เป็นหลักฐาน เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ หุ้น เงินฝากหรือพันธบัตร เป็นต้น

3.อัตราภาษีที่กำลังอยู่
ระหว่างพิจารณานั้น จะจัดเก็บในอัตราสูงกว่า 5% แต่น้อยกว่า 30% ของราคาสินทรัพย์ และ

4.เก็บภาษีมรดก จะจัดเก็บจากสินทรัพย์ที่ อยู่ในตลาด หลักทรัพย์และ นอกตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้ ส่งร่างกฎหมายใหม่ การจัดเก็บภาษีมรดกดังกล่าว ไปให้สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ตีความแล้ว และอยู่ระหว่าง รอการชี้แจงร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง (สศค.) เพราะยังมีอีก หลายประเด็นที่ ต้องชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความชัดเจน และสามารถ ให้ความยุติธรรม ต่อทุกฝ่าย หลังจากนั้น กรมสรรพากร จะเสนอร่างกฎหมายให้ คสช.พิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้าย ก่อนที่จะมีผลบังคับ ใช้ต่อไป

โดยในหลักการแล้ว กรมสรรพากร ไม่ได้จัดเก็บมรดก เพื่อหวังผลจากรายได้ หรือเม็ดเงินภาษี แต่ เป็นเรื่องของความ ยุติธรรมในระบบ ภาษีมากกว่า เพราะคนทำงาน แล้วมีรายได้ คือผู้ใช้ทรัพยากร ของประเทศและ เป็นผู้ที่เสียภาษี ให้แก่รัฐบาล แต่ผู้ที่รับมรดกคือ ผู้ที่ได้รับทรัพย์สิน จากผู้เสียชีวิต ทำให้มีฐานะร่ำรวย เพิ่มมากขึ้น ก็ควรที่จะเสียภาษี ให้แก่รัฐบาลเช่นกัน

อธิบดีกรมสรรพากรระบุ ด้วยว่า ประเภทมรดกที่เข้าข่าย จะต้องเสียภาษี ในเบื้องต้นกรมสรรพากร จะเก็บจากทรัพย์สิน ที่มีการลงทะเบียน เอาไว้อย่างชัดเจน เพราะสามารถ ตีราคาสินทรัพย์ ที่เป็นปัจจุบันได้ ทำให้สะดวกในเรื่อง ของการคำนวณราคา และ การคำนวณภาษี เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ฯ เงินฝากในบัญชี ของธนาคาร พันธบัตร ตราสาร และหุ้น เป็นต้น ส่วนทรัพย์สิน ที่ไม่มีการลงทะเบียน เช่น เครื่องประดับ พระเครื่องและวัตถุโบราณ เป็นต้น จะไม่นำมาคำนวณ ในการเก็บภาษีมรดก